ศาลให้ประกันตัว”ทนายตั้ม”ปล่อยตัวพ้นคุกหลังขังยาว 1 ปี 7 เดือนคดีฉ้อโกง”มาดามอ้อย”

“ทนายตั้ม” ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำหลังศาลให้ประกันวงเงิน 1 ล้านบาท สู้คดีในชั้นอุทธรณ์ คดีฉ้องโกง “มาดามอ้อย” อ้างมีหลักฐานข้อมูลแชต ยืนยันให้ไปลงทุน ไม่ถือว่าฉ้อโกง มั่นใจชนะชั้นอุทธรณ์  พร้อมประกาศเดินหน้าตรวจสอบคดีฮั้วประมูลใน AOT มี รมต.-สื่อเกี่ยวข้อง

เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ทนายความชื่อดัง ซึ่งถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกรวม 5 ปี 12 เดือน ในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ “มาดามอ้อย” เป็นเงินรวม 72 ล้านบาท ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ ภายหลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยกำหนดหลักทรัพย์ประกันตัว 1 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และต้องวางหลักทรัพย์เพิ่มเติมในกรณีขอเดินทางออกนอกประเทศ

ภายหลังได้รับการปล่อยตัว ทนายตั้มได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังถูกคุมขังเป็นเวลา 1 ปี 7 เดือน 4 วัน โดยกล่าวถึงแนวทางการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ว่า จากข้อกล่าวหาทั้งหมด 10 ข้อหา ศาลได้ยกฟ้องไปแล้ว 7 ข้อหา เหลืออีก 3 ข้อหาที่อยู่ระหว่างการต่อสู้คดี พร้อมยืนยันว่าตนเองยังคงเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์

นายษิทราระบุว่า มีหลักฐานสำคัญทั้งข้อมูลแชตและเอกสารต่าง ๆ ที่เชื่อว่าจะสามารถหักล้างคำพิพากษาเดิมได้ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับเงินจำนวน 71 ล้านบาท และ 39 ล้านบาท ซึ่งเป็นสาระสำคัญของคดี

ทนายตั้มยังอ้างว่า ได้รับข้อมูลจากระบบ Cellebrite ซึ่งเป็นข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์ของฝ่ายโจทก์ร่วม โดยในข้อมูลดังกล่าวมีบทสนทนาในกลุ่มทีมทนายความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการให้ยืมเงิน การดำเนินคดี และรายละเอียดอื่น ๆ ที่เห็นว่าจะสามารถใช้โต้แย้งคำให้การของพยานบางรายที่มีความไม่สอดคล้องกันได้

สำหรับคดีเงิน 71 ล้านบาท นายษิทรายืนยันว่า มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อความสนทนาที่ชี้ให้เห็นว่าเงินดังกล่าวเป็นการให้นำไปลงทุนทำธุรกิจ ไม่ใช่การฉ้อโกงตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งโต้แย้งประเด็นพยานที่ได้รับผลประโยชน์และการให้การที่ไม่ตรงกัน รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการซื้อขายแอปพลิเคชัน ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นและมั่นใจว่าจะชนะในคดีในชั้นอุทธรณ์

ส่วนแผนการดำเนินงานหลังได้รับการปล่อยตัว นายษิทรา ระบุว่า จะเดินหน้าตรวจสอบกรณีการฮั้วประมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการของ AOT โดยอ้างว่ามีบุคคลระดับรองนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชนรายใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมนำหลักฐานยื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก เนื่องจากมีบทเรียนจากประสบการณ์ที่ผ่านมา และต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น

ติดต่อโฆษณาได้ที่ หมายเลข 0849822409

Related posts